Compare hotel prices and find the best deal - hotelscombined.com

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เทคนิค 9 ข้อในการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถยนต์ด้วย


เทคนิค 9 ข้อในการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถยนต์ด้วย


     
หลาย ๆ คนคงเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับการนำสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราขึ้นรถไปในสถานที่ต่าง ๆ กับเราด้วยอาจต้องเจอปัญหาต่าง ๆ มากมายอาทิเช่น สัตว์เลี้ยงถ่ายบนรถทำให้รถเปื้อน ปัญหากลิ่นเหม็น ปัญหาที่เกิดจากอาการลุกลี้ลุกลนไม่อยู่กับที่ทำให้เกิดความวุ่นวายภายในรถจนบางครั้งอาจเสี่ยงต่ออุบัติเหตุด้วย เป็นต้น ซึ่งเราของแนะนำเทคนิคง่าย ๆ 9 ข้อที่จะช่วยให้ท่านสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าว

     
1.วางแผนก่อนเดินทาง มีคนจำนวนมากไม่วางแผนก่อนเดินทางแล้วคิดว่า สัตว์เลี้ยงขอเราก็เหมือนคน ทว่าสัตว์อย่างไรก็คือสัตว์วันยังค่ำไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ และถ้าคุณกำลังจะเดินทางจงวางแผนอย่างรอบคอบ สอบถามว่า โรงแรมหรือที่ๆคุณจะไปอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงไปด้วยหรือไม่ ถ้าไม่สะดวกก็จับมันเฝ้าบ้านหรือฝากโรงแรมสัตว์ดีกว่า

2. เตรียมพร้อม สัตว์เลี้ยงก็เหมือนรถที่คุณใช้ ถ้าคุณจะเอาเขาไปด้วย อย่าลืม! ที่จะเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ อย่างการกำจัดเห็บหมัด และให้เขาทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทาง แล้วอย่าลืมติดเอกสารทางสุขภาพไปเผื่อในกรณีฉุกเฉินด้วย

3.คาดเข็มขัดให้สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงก็เหมือนคน แล้วยิ่งถ้าคุณรักเขาเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้วิ่งพล่านทั่วรถ หัดจับฝึกคาดเข็มขัดนิรภัย โดยอาจใช้เชือกจูงล่ามกับเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งหากสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นพวกชอบตื่นเต้น หาอะไรกั้นระหว่างเบาะหลังกับเบาะหน้าก็เป็นแนวคิดที่ดี เพราะไม่งั้นสัตว์เลี้ยงแสนรักอาจกลายตัวต้นเหตุที่พาคุณเกิดอุบัติเหตุได้ ไม่รู้ตัว

     
4.เคลียร์พื้นที่ ปัจจุบัน รถส่วนใหญ่มีห้องโดยสารรถยนต์ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นพรม ผ้า และหนัง ซึ่งปัญหาของวัสดุเหล่านี้คืออาจจะชำรุดได้ง่ายและ บางอย่างยังเก็บฝุ่นซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นก่อนเดินทางควรหาผ้าปูเพื่อป้องกันภายในของคุณโดยเฉพาะหนังและพรมใน รถ

5.สูดอากาศสักนิดเพื่อลดกลิ่น เราส่วนใหญ่เวลาขับรถมักจะชอบเปิดแอร์ซึ่งมันก็ดีที่ไม่ร้อน แต่อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงนั้นมันอาจจะไม่ชิน แล้วยิ่งเมื่อตัวมันเองอาจจะมีกลิ่น ที่อาจทำให้การเดินทางไม่สนุกนัก แนวทางแก้ปัญหาหนึ่งคือการลดกระจกสักนิดเพื่อให้ลมสามารถผ่านได้ และสัตว์บางประเภทอย่างสุนัขก็ชอบเสียด้วย แต่การลดกระจกนั้นต้องทำแบบพอดีไม่มากเกินไป จนสามารถยื่นหัวไปข้างนอกได้ หรือน้อยเกินไปที่อากาศก็ไม่ถ่ายเท แล้วที่สำคัญอย่าลืมล็อคกระจกเมื่อเปิดด้วยเพื่อป้องกันกระจกเลื่อนลงเอง อันนี้สำคัญมาก

6.น้ำเรื่องสำคัญเช่นกัน เวลาเราขับรถทางไกลเรามักจะกระหายน้ำกันใช่ไหม แน่นอนเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน ซึ่งพวกเขาต้องการน้ำยามเดินทาง แต่ถ้าคุณไม่ะสะดวกนักในการเตรียมน้ำ ก็ใช้วิธีแวะปั้ม ทุกๆ 1 ชั่วโมงโดยประมาณ ก็จะทำให้การเดินทางราบลื่นยิ่งขึ้น

     
7.อาหารปัจจัยนี้ก็สำคัญ เราเองยังมีของว่างสัตว์เลี้ยงก็เช่นกัน แต่โดยมากแล้วเราหลายคนมักจะคิดว่า นอกสถานที่หาอะไรก็ได้ให้สัตว์เลี้ยง ทว่านั้นเป็นเรื่องที่ผิดถนัด เพราะการเปลี่ยนอาหารอาจทำให้เกิดการปั่นป่วนต่อพฤติกรรมการกินในอนาคต ทางที่ดีนำอาหารที่ให้ประจำที่บ้านไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนยามเดินทาง

8.ห้าม! ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ หลายคนมักคิดว่าเดี๋ยวเดียวคงไม่เป็นไร แต่ทราบหรือไม่ว่าการทิ้งสัตว์เลี้ยงจะทำให้มันกระวนกระวาย และรู้สึกไม่ปลอดภัย แถมยังเป็นการทรมาณมันทางอ้อม โดยเฉพาะถ้าคุณจอดรถท่ามกลางอากาศร้อน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คุณลงจากรถก็ควรจะนำมันลงไปด้วยจะได้ยืดเส้นยืดสาย

9. ถ้าทุกอย่างล้มเหลว,อย่าย่อท้อ..คุณยังมีทางเลือก มีหลายครั้งที่การพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยกลายเป็นหายนะไปโดยไม่รู้ตัว และมันทำให้ทุกคนหมดสนุกไปโดยปริยาย แน่นอนทุกปัญหามีทางออกและการนำไปฝากเลี้ยงไว้กับโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ใกล้ๆกับที่พักของคุณก็เป็นทางออกที่ดีไม่น้อย ซึ่งบางแห่งนอกจากบริการดูแลให้แล้ว ยังอาจทำให้เจ้าปุยของคุรมีสุขภาพดีด้วย

การเดินทางกับสัตว์ เลี้ยงนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก สำคัญคือการที่คุณต้องเข้าใจสัญชาติญาณและคอยสังเกต รวมถึงเตรียมพร้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ที่เพียงเท่านี้การนำสัตว์เลี้ยงออนทัวร์ก็เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คุณคิด

9 วิธีเตรียมพร้อม ก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยว

9 วิธีเตรียมพร้อม ก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยว


 วิธีเตรียมความพร้อมพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว เหล่าสาวก Pet Lover ที่อยากพาสัตว์เลี้ยงติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย ต้องมาดูเคล็ดลับเตรียมความพร้อมกันหน่อย

          สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักหากอยากเที่ยวต่างจังหวัดหรือเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ แต่ก็สงสารสัตว์เลี้ยง กลัวว่าถ้าทิ้งเขาให้เฝ้าบ้านจะทำให้เขาเหงาเอาได้ หลายคนเลยตัดสินใจหิ้วเจ้าสี่ขาขนปุยทั้งน้องหมาหรือน้องแมวไปเที่ยวด้วยซะเลย แต่ก่อนจะออกเดินทางท่องโลกกว้างอย่างสุขใจ ลองมาดูวิธีเตรียมพร้อมก่อนพาเจ้าสี่ขาร่วมทริปเที่ยวกับเราอย่างปลอดภัยก่อนดีกว่าค่ะ

 1. พาหนะของสัตว์เลี้ยงต้องปลอดภัย

          พาหนะหรือที่เรียกว่า กรงหรือคอกใส่สัตว์เลี้ยงเพื่อให้หิ้วไปไหนมาไหนด้วยง่าย ๆ จำเป็นต้องถูกตรวจสอบก่อนว่ามีความแข็งแรง ทนทาน กันกระแทก และกว้างขวางพร้อมทั้งมีรูระบายอากาศให้สัตว์เลี้ยงด้วยหรือเปล่า แต่หากคุณต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน ควรตรวจสอบก่อนว่า ข้อกำหนดในการนำสัตว์เลี้ยงโดยสารไปด้วยนั้นมีอะไรบ้าง เช่น กรงบรรจุสัตว์เลี้ยงต้องถูกต้องตามข้อกำหนดของสายการบินทุกระเบียดนิ้ว เป็นต้น

 2. ติดป้ายชื่อกันหลงหาย

          เมื่อออกนอกสถานที่ เจ้าสี่ขาของเราจะคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เจ้าของกับสัตว์เลี้ยงพลัดหลงกันได้ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ควรติดป้ายชื่อสัตว์เลี้ยงที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของ ทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และอีเมลเอาไว้ให้เรียบร้อย เผื่อสัตว์เลี้ยงพลัดหลงกับคุณเข้า ผู้ที่พบเห็นผ้ายชื่อที่ห้อยคอสัตว์เลี้ยงอยู่ จะได้นำสัตว์เลี้ยงของคุณมาส่งคืน


 3. เพิ่มมาตการความปลอดภัยระหว่างทางด้วยสายรัดเข็มขัด

          สำหรับคนที่พาสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาจจะต้องหาเบาะนั่งในรถสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือสายรัดเข็มขัดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะมาใช้สักหน่อย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและของสัตว์เลี้ยงเองด้วย เพราะระหว่างทางที่เรากำลังขับรถอยู่อาจมีบางช่วงที่ต้องเบรกอย่างแรง สัตว์เลี้ยงอาจทรงตัวไม่อยู่ เคลื่อนไปกระแทกกับส่วนของรถหรือตกเบาะเอาได้ หรือในกรณีที่คุณกำลังขับรถอย่างระวัง แต่เจ้าสี่ขาจอมซนมาพัวพันปีนป่าย ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้เช่นกัน

 4. ขวดน้ำหมาแมว สิ่งที่ขาดไม่ได้

          ในระหว่างวันน้องหมาและน้องเหมียวของเราต้องการน้ำไม่ต่างจากคนเลยนะคะ ฉะนั้นเมื่อจะหอบหิ้วเขาเดินทางไปเที่ยวกับเราด้วย อย่าลืมขวดน้ำสำหรับน้องหมาน้องแมวเด็ดขาด เติมน้ำสะอาดไปให้เต็มด้วยก็ดีค่ะ เมื่อน้องหมาน้องแมวหิวน้ำเมื่อไรจะได้เลียกินน้ำได้เลยทันที ไม่ต้องกลัวน้ำจะหกเลอะรถด้วย

 5. กล่องยาสามัญสำหรับสัตว์เลี้ยง

          ยาสามัญสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เช่นกัน และต่อให้คุณไม่คาดคิดและไม่อยากให้น้องหมา น้องแมวเจ็บป่วยระหว่างทริปเลย แต่ยังไงก็ควรเตรียมยาสามัญสำหรับเจ้าสี่ขาติดไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นยาใส่แผล คอตตอนบัด ยาทาแก้ฟกช้ำ แมลงสัตว์กัดต่อย หรือยาถอนพิษต่าง ๆ ก็ควรนำติดไปด้วย เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะรักษาเขาในเบื้องต้นได้ทันที

 6. ของเล่นของเจ้าสี่ขาจอมซน

          ครั้นจะปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเดินเล่นหรือนั่งเฉย ๆ เจ้าสี่ขาคงเบื่อหน่ายแย่เลยเนอะ ฉะนั้นก่อนจะออกเดินทางอย่าลืมตรวจสอบด้วยว่า ได้หยิบของเล่นของน้องหมาน้องแมวติดกระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า แล้วในระหว่างเดินทางจะหยิบของเล่นออกมาเล่นกับเขาด้วยก็คงเพลินดีทั้งคนทั้งหมาแมวเลยล่ะค่ะ

 7. กระบะทรายอันเล็กสำหรับเดินทาง

          กระบะทรายอันเล็กกะทัดรัดเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดรถไว้ด้วย เพราะหากระหว่างทางน้องแมวเกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา จะได้นั่งขับถ่ายได้อย่างสบายใจ รวมทั้งคุณเองก็ไม่ต้องกลัวรถจะเปรอะเปื้อน หรือกลัวน้องแมวจะกระโจนหนีหายไปในระหว่างที่พาเขาลงไปขับถ่ายข้างทาง แต่ทั้งนี้ควรตั้งวางกระบะทรายให้รัดกุม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนได้โดยง่ายด้วยนะคะ หรือจะใช้วิธีเททรายแมวลงไปเล็กน้อยเพื่อกันทรายกระฉอกก็ได้

         ส่วนน้องหมาเจ้าของอาจจะต้องจับสังเกตเองว่าเขาจะอยากขับถ่ายตอนไหน แล้วจึงค่อยจอดรถข้างทางเพื่อให้เขาทำธุระส่วนตัว หรือหากคุณแน่ใจว่าฝึกน้องหมาเรื่องขับถ่ายให้เป็นเวลามาดีอยู่แล้ว ก็คอยเช็กเวลาพาเขาไปเข้าห้องน้ำให้ดี ๆ ล่ะ



 8. เสริมเบาะรองนั่งให้น้องหมา

          น้องหมาของบางบ้านอาจจะเป็นพันธุ์ใหญ่ ไม่สามารถนั่งในตระกร้าหรือเบาะนั่งสำหรับสัตว์เลี้ยงได้ จึงจำเป็นต้องนั่งบนเบาะรถยนต์เหมือนเรา ๆ ซึ่งในกรณีนี้คุณควรหาซื้อเบาะรองนั่งแบบเปลือย ๆ ลักษณะคล้ายผ้าคลุมเบาะกันเปื้อนมาวางให้เขานั่งไปพลาง ๆ ก่อน เป็นการป้องกันคราบเปื้อนและขนสัตว์ติดเบาะรถยนต์ได้อีกทาง

 9. ฝังไมโครชิพให้สัตว์เลี้ยง

          การฝังไมโครชิพเข้าไปภายใต้ผิวหนังของสัตว์ก็เพื่อระบุข้อมูลของสัตว์ตัวนั้น ๆ รวมทั้งเอาไว้สืบค้นเมื่อเกิดกรณีสุนัขหายด้วย โดยไมโครชิพจะมีรหัสเป็นตัวเลขอยู่ด้วยกัน 15 หลัก ตามมาตรฐานสากลโลก รหัส 3 ตัวแรกจะเป็นรหัสประเทศที่สัตว์อยู่ ส่วนรหัสอีก 12 ตัวที่เหลือจะเป็นรหัสข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อให้บ่งชี้ที่มาที่ไปของสัตว์ได้โดยง่าย

          ทั้งนี้การฝังไมโครชิพลงไปในผิวหนังสัตว์จะไม่ก่อให้เกิดอัตรายกับสัตว์เลี้ยงแม้สักนิดค่ะ แต่ในไมโครชิพจะอัดแน่นไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ชนิดของสัตว์ พันธุ์ สี/ลักษณะ อายุ เพศ ตำหนิ รวมทั้งข้อมูลอื่น ๆ ในกรณีที่สัตว์ถูกขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และนอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลเจ้าของทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่ออื่น ๆ พร้อมกับมีชื่อสถานพยาบาลและหน่วยงานผู้ฝังไมโครชิพลงไปในตัวสัตว์เลี้ยงด้วยนะคะ โดยค่าใช้จ่ายในการฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยงต่อตัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 600 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ตอนกรอกข้อมูลลงไมโครชิพ อย่าลืมกรอกเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะคะ

          เตรียมตัวทั้งคนและสัตว์เลี้ยงให้พร้อมร่วมทริปเที่ยวไปกับเราด้วยวิธีง่าย ๆ แค่นี้ ก็ได้ไปเที่ยวด้วยกันอย่างสุขใจและปลอดภัยแล้วจ้า

ทุกข์บำบัดได้ด้วยสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงแสนรัก


                    ทุกข์บำบัดได้ด้วยสัตว์เลี้ยง (ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง)

          ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสัตว์เลี้ยงได้เขามามีส่วนสำคัญกับชีวิตของคนเรามากขึ้น เนื่องจากว่าสภาพสังคมของเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงไป จากครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคนมาเป็นครอบครัวเดี่ยว จากสังคมชนบทมาเป็นสังคมเมือง เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไปจากเดิมจึงทำให้มีผลต่อสภาพจิตใจของคน เกิดความเหงา ความเครียดขึ้นมาได้ สิ่งหนึ่งที่จะเข้ามาทดแทนและดูแลจิตใจได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ปลา

          มนุษย์รู้จักนำสุนัขมาเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัวเมื่อประมาณ 12,000 ปีมาแล้ว ส่วนแมวได้เริ่มเข้ามามีชีวิตในบ้าน เมื่อ 5,000 ปีมานี้เอง นักจิตวิทยามักจะถามว่า เหตุใดคนเราจึงนิยมมีสัตว์เลี้ยง

          คำตอบหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับคือว่า การมีสัตว์เลี้ยงเป็นการตอกย้ำความรู้สึกตามธรรมชาติของคนว่ามีความรัก และหวังดีต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ 

          ในรัชสมัยของพระนางวิกตอเรีย รัฐบาลอังกฤษ ได้เคยออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ให้รอดพ้นจากการถูกเฆี่ยนตี ก่อนที่จะมีกฎหมายคุ้มครองเด็กเสียอีก

          ทั้งนี้ สถิติการสำรวจในอเมริกาพบว่า คนอเมริกันเลี้ยงสุนัข 60 ล้านตัว แมว 55 ล้านตัว ประธานาธิบดี Bushเลี้ยงสุนัข Clinton เลี้ยงแมว และถึงแม้สัตว์เหล่านี้จะสร้างความรำคาญ และนำโทษมาให้เป็นครั้งคราว เช่น พยาธิ psittacosis ซึ่งทำให้เกิดอาการไข้หวัดก็มักจะมาจากนก พยาธิตัวกลมมักจะมาจากอจุจาระแมว แต่คนที่มีเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ก็ต้องยอมทน เพราะเขาได้รับมิตรภาพอันอบอุ่นจากสัตว์เป็นสิ่งตอบแทน

          ปัจจุบันนี้มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่กำลังแสดงให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงนอกจากให้ความเป็นเพื่อนแก่คนเลี้ยงแล้ว มันยังอำนวยประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีก เช่น E. Fried mann แห่ง City University of New York พบว่า คนไข้โรคหัวใจที่มีสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่าคนที่ไม่เลี้ยงอะไรเลยถึง 3% เขาพบว่า สัตว์เลี้ยงช่วยลดความดันโลหิตให้กับเจ้าของ